PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : น่าน ภูคา พญาเสือโคร่ง ทริปนี้ลาแล้ว 2552 ของ Alongkorn



Alongkorn
31-12-2009, 21:20
25 - 29 ธันวาคม 2552 ได้มีโอกาสพาครอบครัวไปแอ่วเมืองเหนือก่อนลาปีหนูดุ สู่ปีเสือใจดี
ได้เครื่อง GPS dedAo ของน้าต้นนำทางได้แบบไม่มีหลงทาง ทำงานได้ดีเยี่ยมครับ
ที่แรกที่ไปคือพระธาตุช่อแฮ
ลักษณะสถาปัตยกรรม
วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง เป็นวัดที่ตั้งอยู่เนินเขาเตี้ย สูงประมาณ 28 เมตร องค์พระธาตุช่อแฮ เป็นเจดีย์พุกาม (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A1)รูปแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87&action=edit&redlink=1) ศิลปะแบบเชียงแสน (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%99) บุด้วยทองดอกบวบสูง 33 เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 11 เมตร ลักษณะองค์พระธาตุตั้งอยู่บนฐานเขียง (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87&action=edit&redlink=1)สี่เหลี่ยม 1 ชั้น ถัดขึ้นไปเป็นฐานหน้ากระดานแปดเหลี่ยม (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1&action=edit&redlink=1) 3 ชั้นรองรับ ถัดไปเป็นฐานบัวคว่ำ (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B3&action=edit&redlink=1)และชุดท้องไม้แปดเหลี่ยม (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1&action=edit&redlink=1) ซ้อนลดชั้นกันขึ้นไป 7 ชั้น จากนั้นเป็นบัวระฆัง (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%86%E0%B8%B1%E0%B8%87&action=edit&redlink=1) 1 ชั้น และหน้ากระดานหนึ่งชั้น จนถึงองค์ระฆังแปดเหลี่ยม (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%86%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1&action=edit&redlink=1) ถัดขึ้นไปเป็นบัลลังค์ย่อมุมไม้สิบสอง (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87&action=edit&redlink=1)และปล้องไฉน (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%89%E0%B8%99&action=edit&redlink=1) ส่วนยอดฉัตร (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%89%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3&action=edit&redlink=1)ประดับตกแต่งด้วยเครื่องบนแบบล้านนา (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2) หุ้มด้วยทองจังโก้ (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B9%89&action=edit&redlink=1)ตลอดทั้งองค์ มีรั้วเหล็กรอบองค์พระธาตุ 4 ทิศ มีประตูเข้าออก 4 ประตู แต่ละประตูได้สร้างซุ้มแบบปราสาท (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97)ล้านนา (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2)ไว้อย่างสวยงาม

Alongkorn
31-12-2009, 21:22
นมัสการพระเจ้าทันใจ

Alongkorn
31-12-2009, 21:23
สุขใดไหนเท่าอยู่กับครอบครัว

Alongkorn
31-12-2009, 21:25
มุมสบายๆ ของพระธาตุ

Alongkorn
31-12-2009, 21:26
ตำนานการสร้างวัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง
พระธาตุช่อแฮ มีตำนานประวัติความเป็นมา กล่าวไว้หลายทางดังนี้ 1.จากพระราชพงศาวดาร (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A3)ว่าด้วยกรุงสุโขทัย (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A2) หอสมุดแห่งชาติ (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4) กล่าวถึงวัดพระธาตุช่อแฮว่า สร้างขึ้นระหว่างจุลศักราช (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A) 586 - 588 (พ.ศ. 1879 - 1881) ในสมัยที่พระมหาธรรมราชาธิราช (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A&action=edit&redlink=1) (ลิไท (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97&action=edit&redlink=1)) ยังทรงเป็นพระมหาอุปราช พระราชบิดาโปรดพระราชทานให้ไปครองเมืองศรีสัชนาลัย (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2) (สวรรคโลก (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81)) พระองค์มีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทรงสั่งสอนศีลธรรมแก่ประชาชนและทรงวางแบบแผนคณะสงฆ์ (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%86%E0%B9%8C)ตามลังกา (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2)ทวีป โปรดจัดให้มีพระสงฆ์ 2 ฝ่าย คือ คามวาสี (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B5) ศึกษาพระธรรมวินัย (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%A2) เพื่อสั่งสอนคน และอรัญญวาสี (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B5&action=edit&redlink=1) ศึกษาวิปัสสนา (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2) มุ่งความสงบแห่งจิตใจ
นอกจากนั้นยังทรงทะนุบำรุงพระพุทธศานาโดยโปรดให้สร้างสถานที่ทางศาสนาตามที่ปรากฏในพุทธประวัติในที่ต่างๆและทางเลือกสถานที่ยอดดอยโกสิยธชัคคะจึงโปรดให้สร้างพระเจดีย์ 1 องค์ และขนานนามตามความหมายของยอดดอยว่า "พระธาตุช่อแฮ" ตำนานเมืองสุโขทัยกล่าวถึงความตอนนี้ว่า พระมหาธรรมราชาลิไท พระราชทาน พระบรมสารีริกธาตุ (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8)แก่ขุนลัวะอ้ายก้อม นำไปบรรจุไว้ในฐานเจดีย์ที่สร้างให้คนทั้งหลายกราบไหว้แทนพระพุทธองค์ ฝ่ายขุนลัวะอ้ายก้อมได้ชักชวนหัวเมืองต่างๆได้มาร่วมกันสร้างพระเจดีย์ โดยช่วยกันสำรวจสถานที่ที่จะสร้าง เมื่อขุนลัวะอ้ายก้อมมาถึงบริเวณดอยโกสิยธชัคคะเห็นเป็นทำเลดีเหมาะสมจึงให้สร้างพระเจดีย์ขึ้น ขุนลัวะอ้ายก้อมเอาผอบ (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9C%E0%B8%AD%E0%B8%9A&action=edit&redlink=1)พระบรมสารีริกธาตุบรรจุไว้ในสิงห์ (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B9%8C)ทองคำ (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B3)สร้างแท่นที่ตั้งผอบด้วยเงิน (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99)และทองแล้วตั้งสิงห์ทองคำไว้ ให้โบกปูนทับอีกชั้นหนึ่ง หลังจากนั้นก็จัดงานบำเพ็ญกุศลเฉลิมฉลอง 7 วัน 7 คืน ในเวลาต่อมาเมืองแพร่ได้เข้ามารวมอยู่ในอาณาจักรลานนา (http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2&action=edit&redlink=1)ไทยเมื่อ พ.ศ. 1986 (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._1986) กษัตริย์ลานนาก็ได้ทรงทะนุบำรุงเสริมสร้างพระธาตุช่อแฮมาโดยลำดับ
จนกระทั่งราชวงศ์นี้หมดอำนาจลง มิได้เป็นใหญ่ในล้านนาแล้ว พระธาตุช่อแฮก็ทรุดโทรมปรักหักพังลงเป็นอันมาก ล่วงมาจนถึง พ.ศ. 2467 (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2467) ครูบาศรีวิชัย (หรือตุ๊เจ้าวัดบ้านปาง จังหวัดลำพูน (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%99)) นักบุญแห่งลานนาได้มาเป็นประธานบูรณะปฏิสังขรณ์พระธาตุ ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดแพร่ ประชาชนชาวจังหวัดแพร่ ซึ่งมี พระมหาเมธังกร (พรหม พฺรหฺมเทโว) อดีตเจ้าคณะจังหวัดแพร่ โดยรื้อเอาทองจังโกออกแล้วเสริมสร้างองค์พระเจดีย์ให้มีขนาดกว้างและสูงขึ้น โดยกว้าง 11 เมตร สูง 33 เมตร โดยรอบองค์พระธาตุมีลำเวียง หรือรั้วเหล็กล้อมรอบหนาแน่น มีประตูเข้า ออก 4 ประตู อยู่ทิศละประตูแต่ละประตูมีซุ้มสลักลวดลายอย่างงดงาม

Alongkorn
31-12-2009, 21:29
จากพระธาตุช่อแฮมุ่งสู่เมืองน่านบ้านน้าวสันต์คนขับรถของหมูปิ้ง
เข้าไปไหว้พระแห่งแรกที่วัดศรีพันต้น สถาปัตยกรรมสุดอลังการศิลปะเมืองน่าน
ผลงานศิลปินปูนปั้น หรือสล่าที่เป็นชาวน่านแท้ๆ

Alongkorn
31-12-2009, 21:31
ไหว้พระประธานก่อน
ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมสวยงามเหลือจะพรรณนา

Alongkorn
31-12-2009, 21:35
รูปปั้นลองตัวที่เสาโบสถ์สวยงามมากเหนือคำบรรยาย

Alongkorn
31-12-2009, 21:37
พญานาคเฝ้าหน้าโบสถ์ก็ช่างมีความสวยงามวิจิตรอลังการ

Alongkorn
31-12-2009, 21:38
เรือยาวที่ใช้ในงานแข่งเรือถูกวางไว้อย่างดี

Alongkorn
31-12-2009, 21:40
รูปปั้นที่โคนเสาโบสถ์

Alongkorn
31-12-2009, 21:43
ไปนมัสการพระธาตุช้างค้ำ

Alongkorn
31-12-2009, 21:44
วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร (วัดหลวงกลางเวียง)
นมัสการเจดีย์ช้างล้อมทรงสุโขทัย อิ่มไหว้พระทองคำปางลีลา
อยู่ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เดิมชื่อ วัดหลวงกลางเวียง เจ้าผู้ครองนครน่าน พญาภูเข่ง เป็นผู้สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ.1949 พระวิหารหลวงวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เป็นวิหารขนาดใหญ่ รูปทรง สร้างตามสถาปัตยกรรม ทางภาคเหนือ ลักษณะภายในโอ่โถง ด้านหน้ามีสิงห์คู่ ยืนตรงเชิงบันได ด้านละตัว มีทางเข้า 3 ทาง ประตูกลาง ทำเป็นประตูใหญ่ และประตูเล็ก อยู่ด้านซ้ายและด้านขวา มีทางขึ้นเป็นประตูเล็ก ๆ ตรงข้ามพระประธาน ด้านทิศตะวันออกและตะวันตกอีก 2 ข้าง ทำหลังคาซ้อนกัน 2 ชั้น มุขลดด้านหน้า และด้านหลัง หน้าบัน ตีด้วยแผ่นกระดานเรียงต่อกัน แล้วประดับที่ขอบเสา ด้านหน้าทุกต้น ตามลักษณะ สถาปัตยกรรมล้านนาไทย ภายในพระวิหารกว้างขวาง มีเสาปูนกลมขนาดใหญ่ ขนาด 2 คนโอบรอบ จำหลัก ลวดลายปูนปั้นนูนสูงไว้ เหนือจากระดับพื้นพระวิหาร 1.50 เมตร เป็นลวดลาย กนกระย้าย้อย เหมือนลวดลาย ที่เสาในวิหารวัดภูมินทร์
ภายในวัดประดิษฐาน เจดีย์ช้างค้ำ ซึ่งเป็นศิลปสมัยสุโขทัย อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 รอบเจดีย์ มีรูปปั้นช้างปูนปั้น เพียงครึ่งตัวประดับอยู่โดยรอบ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปทองคำปางลีลา คือ พระพุทธนันทบุรีศรีศากยมุนี ซึ่งเป็นทองคำ 65 % สูง 145 เซ็นติเมตร ยอดพระโมฬีทำเสริมเมื่อ พ.ศ. 2442 หนัก 69 บาท เจ้างั่วฬารผาสุม เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 14 แห่งราชวงค์ภูคา เป็นผู้สร้าง เมื่อวันพุธ เดือน 6 เหนือ พ.ศ. 1969 เป็นศิลปะสุโขทัย ประดิษฐานอยู่ที่หอพระไตรปิฎก ใหญ่ที่สุดในประเทศ
พระธาตุเจดีย์ช้างค้ำวรวิหาร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีลิกธาตุไว้ภายใน นับเป็น ปูชนียสถาน สำคัญ เป็นเจดีย์ ที่ได้รับอิทธิพลทางด้านศิลปะสุโขทัย จากเจดีย์ทรงลังกา คือเจดีย์วัดช้างล้อมนั่นเอง พระธาตุเจดีย์ สร้างด้วยอิฐถือปูน มีสัณฐานเป็นรูปสี่เหลื่ยมจัตุรัส ซ้อนกัน 3 ชั้น กว้างด้านละ 9 วา ฐานจากชั้นแรกสูงถึงชั้นสอง มีรูปช้างค้ำอยู่ในลักษณะ เหมือนฐานรองรับไว้ด้านละ 6 เชือก รวมทั้งหมด 24 เชือก ช้างแต่ละตัว โผล่ส่วนหัว ลอยออกมาครึ่งตัว ขาหน้าทั้งคู่ ยื่นพ้นออกมาจากเหลี่ยมฐาน เหนือขึ้นไปเป็นฐานปัทม์ (ฐานบัว) ซ้อนกัน 3 ชัน และเป็นองค์ระฆังแบบลังกา ต่อจากองค์ระฆัง ทำเป็นฐานเขียง รองรับมาลัยลูกแก้ว ลดหลั่นกันไป เป็นส่วนยอด ปัจจุบันพระธาตุเจดีย์ช้างค้ำ ได้รับการบูรณะซ่อมแซม และหุ้นด้วยแผ่นทองเหลืองทั้งองค์ มีความสวยงามมาก
หอไตรวัดช้างค้ำวรวิหาร สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ดังปรากฏในพระประวัติ ของพระองค์ว่า "ร.ศ. 127 พ.ศ. 2453 ก่อสร้างหอพระไตรปิฏก ในบริเวณวัดช้างค้ำ 1 หลัง 8 ห้อง ยาว 16 วา 1 ศอก กว้าง 5 วา 2 ศอก สูงตั้งแต่ดินถึงอกไก่ 13 วา หลังคาทำเป็นชั้น ๆ ก่ออิฐทาสี เครื่องบนไม้สัก มุงกระเบื้องไม้สัก ทำอย่างแน่นหนา มีเพดานจั่ว 2 ข้าง และเพดาน ทำด้วยลวดลายต่าง ๆ พระสมุห์อิน เจ้าอาวาสวัดหัวข่วง กับจีนอิ๋วจีนซาง เป็นสล่าสิ้นเงิน 12,558 บาท
ลักษณะ โครงสร้างสถาปัตยกรรมมีลักษณะอย่างเดียวกับวิหารและโบสถ์ ตั้งอยู่ด้านหน้า คู่กับ พระวิหารหลวง อาคารก่ออิฐโบกปูน ยกพื้นสูงมีสิงห์ยืนอยู่ด้านหน้า ตรงเชิงบันใดด้านละ 1 ตัว ตั้งเสาราย รับหลังคาเชิงชายแทนผนัง และก่อผนังปิด ทำเป็นห้องไว้พระธรรม และพระไตรปิฏก ตรงแนวเสาที่รับคาน มีทางเข้าด้านหน้าเป็นประตูทางเดียว บานประตูสลักเป็นรูปเทวดา 2 องค์ และมีลายปูนปั้น เป็นรูปยอดปราสาท ทำเป็นชั้นติดหน้าต่างด้านละ 3 บาน ผนังด้านหลังปิดทึบ ด้านนอกสองข้างทาง ระหว่างเสารายและผนัง เป็นทางเดินถึงกันได้ตลอดโดยรอบ อาคารสูงหลังคาช้อน 3 ชั้น ไม่มีมุขลด ที่หน้าบัน ใช้แผ่นไม้เรียงต่อกัน เป็นแผ่นๆ ประดับลายปูนปั้น เป็นรูปกนกล้อพระยาครุฑ ระหว่างช่วงเสาประดับด้วยแผ่นไม้จำหลัก ลายกนก เป็นรูปสามเหลี่ยม สลับลายพุ่มข้าวบิณฑ์คว่ำ และรูปพระยาครุฑห้อยลงมาตามแบบสถาปัตยกรรมของล้านนา ภายในมีลักษณะส่วนกว้างแคบ ส่วนยาวลึก เข้าไปภายใน และส่วนสูงชะลูดขึ้นไปมาก ใช้เป็นที่เก็บ พระไตรปิฏก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นใบลาน จารอักษรตัวธรรมมีอยู่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันได้ปรับปรุงเป็นวิหาร ใช้เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธนันทบุรีศรีศากยมนี

Alongkorn
31-12-2009, 21:45
พระประธาน

Alongkorn
31-12-2009, 21:47
เสาพระอุโบสถ

Alongkorn
31-12-2009, 21:50
จากนั้นเราก็ไปหาอาหารค่ำทานที่ถนนศิลปะ
ทางด้านขวามือเป็นนักเรียนพิเศษมาให้บริการนวดแผนโบราณ
และขายงานประดิษฐ์

Alongkorn
31-12-2009, 21:53
พื้นถนนกลายเป็นที่ฝึกฝีมือสำหรับช่างวาดภาพระอาชีพ(ในอนาคต)

Alongkorn
31-12-2009, 21:55
งานประดิษฐ์จากขวดน้ำดื่มที่ทิ้งแล้ว สามารถนำมาประดิษฐ์เป็นโคมไฟแสนสวย

Alongkorn
31-12-2009, 21:57
บริการวาดภาพเหมือน

Alongkorn
31-12-2009, 21:59
ถ้าหากมีเวลาพอมานั่งให้หมอนวดน้อยจากโรงเรียนฝึกอาชีพคนพิเศษ

Alongkorn
31-12-2009, 22:01
บรรยากาศยามค่ำคืนที่นี่สงบเงียบ ผู้คนมีอัธยาศัยดี วัยรุ่นและคนเมืองที่นี่ขับรถค่อนข้างช้า

Alongkorn
31-12-2009, 22:06
เช้าวันรุ่งขึ้นพาคนใช้และเด็กๆ ไปไหว้พระธาตุแช่แห้งที่หมายหลักของการมาทริปเมืองน่าน เพราะเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีเถาะ

Alongkorn
31-12-2009, 22:21
วัดพระธาตุแช่แห้ง
ปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองน่าน มีอายุกว่า 600 ปี ตามพงศาวดาเมืองน่านกล่าวว่า พญาการเมือง โปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากเมืองสุโขทัย ระหว่างปี พ.ศ.1891-1901 สถาปัตยกรรมด้านโบสถ์ ของวัดพระธาตุแช่แห้งที่สำคัญ และแสดงให้เห็น ถึงแบบอย่างสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมสกุลช่างน่าน แยกออกเป็น 2 แห่ง ได้แก่
วิหารหลวง อยู่ทางด้านทิศใต้ขององค์พระธาตุเป็นวิหารขนาดใหญ่ 6 ห้อง ห้องกลางมีขนาด 3 ห้อง และต่อชั้นลดออกไป ทางด้านหน้า 2 ห้องและด้านหลัง 1 ห้อง ดังนั้นหากดูจากภายนอก จะมองเห็นเป็นอาคาร ขนาดใหญ่ หลังคาลาดต่ำลงมาเป็นชั้นซ้อน ด้านละ 3 ชั้น และมีชั้นลดด้านหน้า 2 ชั้น ด้านหลัง 1 ชั้น มีประตูทางด้านหน้า และด้านข้างตรงกลาง ที่น่าสนใจคือ ตรงกลางสันหลังคา ทำเป็นส่วนหางของนาคสองตัว เกี่ยวกระหวัดกันขึ้นไปเป็นสามชั้น เป็นศิลปกรรม ที่งดงามและหาดูได้ยาก
วิหารพระนอน อยู่ทางด้านหน้านอกกำแพงแก้วขององค์พระธาตุ วิหารก่อสร้างตามแนวยางขององค์พระ มีประตูทางเข้า ด้านหลัง คือทิศใต้
เจดีย์วัดพระธาตุแช่แห้ง พระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน เป็นพระธาตุที่บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ ตามประวัติสร้างเมื่อ พ.ศ. 1896 อายุราว 600 ปีเศษ องค์พระธาตุแช่แห้ง เป็นพระธาตุ ที่มีขนาดสูงถึง 55.5 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 22.5 เมตร มีสีเหลืองอร่าม เนื่องจากบุด้วย แผ่นทองเหลือง พระธาตุนี้ ตั้งอยู่ บนยอดดอยภูเพียงแช่แห้ง ลักษณะของเจดีย์ทรงระฆัง ส่วนฐานทำเป็นฐาน หน้ากระดานสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ รองรับฐานบัวลูกแก้วย่อเก็จ ถัดขึ้นไปเป็นฐานหน้ากระดาน สี่เหลี่ยม และแปดเหลี่ยม ซ้อนลดหลั่นกัน 3 ชั้น องค์ระฆังมีขนาดเล็ก บัลลังก์ทำเป็นแท่นสี่เหลี่ยมย่อเก็จ ฐานหน้ากระดาน กลม เป็นกระดานสี่เหลี่ยมและแปดเหลี่ยม และชั้นบัวคว่ำเหนือฐานแปดเหลี่ยม ตกแต่งคล้ายกลีบบัว หรือลายใบไม้ แทน ลายดังกล่าวนี้คงได้รับอิทธิพลจากศิลปะพม่า ซึ่งนำมาต่อเติมขึ้นภายหลัง เมื่อล่วงเข้าพุทธศตวรรษที่ 24 แล้ว
ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองน่าน มาช้านาน ทุกปีเมื่อถึงวันขึ้น 11-15 ค่ำ เดือน 6 เหนือ (เดือน 4 ใต้) หรือในราวเดือน มี.ค. จะมีประเพณีนมัสการพระธาตุแช่แห้ง ที่ชาวน่านเรียกว่า งานหกเป็งนมัสการพระธาตุแช่แห้ง ที่สำคัญ เป็นพระธาตุประจำปีเถาะ ตามคติการไว้พระธาตุตามปีนักษัตรของชาวล้านนา


ถ่ายภาพครอบครัวหน้าพระประธาน
(4 คน 16 ตา อิอิอิ)

Alongkorn
31-12-2009, 22:23
สัตว์ในเทพนิทาน

Alongkorn
31-12-2009, 22:25
อีกมุมหนึ่งขององค์พระธาตุ

Alongkorn
31-12-2009, 22:27
ทางเดินหน้าพระธาตุ

Alongkorn
31-12-2009, 22:30
ไปต่อที่ดอยภูคาเพื่อไปดูต้นภูคาที่มีแห่งเดียวในโลก ซึ่งทิวทัศน์ที่สวยงามไม่แพ้ที่อื่น

Alongkorn
31-12-2009, 22:31
ที่จุดชมทิวทัศน์

Alongkorn
31-12-2009, 22:33
น้องนกกำลังเกี้ยวพาราสีกันอยู่

Alongkorn
31-12-2009, 22:35
เห็นท่าบินของน้องนกแล้วอยากบินได้จัง อิอิอิ

Alongkorn
31-12-2009, 22:36
ดอกพญาเสือโคร่งที่นี่เริ่มบานแล้ว

Alongkorn
31-12-2009, 22:40
ต้นไข่ปลา

Alongkorn
31-12-2009, 22:41
เข้าไปซุมดู

Alongkorn
31-12-2009, 22:43
จุดชมทิวทัศน์ที่ร้านอาหารใกล้บ้านพักของอุทยาน

Alongkorn
31-12-2009, 22:44
บ้านพักของอุทยานสร้างได้สวยงามน่าพัก

Alongkorn
31-12-2009, 22:48
ลานดูดาวที่ความสูง 1,500 เมตร

Alongkorn
31-12-2009, 22:49
ดอกพญาเสือโคร่งที่ดอยภูคาเริ่มบานแล้ว

Alongkorn
31-12-2009, 22:51
จุดชมทิวทัศน์ที่ความสูง 1,600 เมตร

Alongkorn
31-12-2009, 22:53
ถนนลัดเลาะไปตามสันเขา สวยงามตลอดสองข้างทาง

Alongkorn
31-12-2009, 22:56
เดินทางกลับมาที่ตัวเมืองน่านไปไหว้พระพุทธรูปปางลีลาที่เขาน้อย

Alongkorn
31-12-2009, 22:57
วัดพระธาตุเขาน้อย นมัสการพระธาตุเก่าแก่ ชมเมืองน่านจากมุมสูง
จากตัวเมืองน่านใช้เส้นทางเดียวกับวัดพญาวัด แต่เลยไปอีกราว 2 กม. ขึ้นเขาไป ก็จะถึงยอดเขาน้อยซึ่งเป็นที่ตั้งของวัด วัดพระธาตุเขาน้อย เป็นปูชนียสถานที่สำคัญและเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของ จ.น่าน สันนิษฐานว่ามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่บนดอยเบาน้อย สูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 240 ม. หน้าวัดมีทางขึ้นเป็นบันไดนาค 303 ขั้น
ทางรถขึ้นถึงตัววัด เมื่อขึ้นไปยืนบนยอดเขา จะมองเป็นทิวทัศน์ของเมืองน่าน ได้อย่างชัดเจน ตามประวัติ พระธาตุองค์นี้ สร้างโดยมเหสีรองของพญาภูเข็ง เจ้าผู้ครองนครน่าน เมื่อราวพุทธศตวรรณที่ 20 เจ้าผู้ครองนครน่าน อีกหลายองค์ต่อมา ได้บูรณปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุ โดยตลอด จนกระทั่งมีการบูรณะครั้งใหญ่ ในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ในปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า ชื่อหม่องยิง
กรมศิลปากรได้ทำการสำรวจและขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปี พ.ศ.2523 ด้วยความเป็นวัดที่อยู่บนเขาสูง จึงเป็นจุดชมทิวทัศน์ ที่สวยงาม อยู่ตรงลานปูน พระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ คือพระพุทธมหาอุตมมงคมนันทบุรีศรีเมืองน่าน สร้างเมื่อปี พ.ศ.2542 ถีอเป็นจุดเดียวที่เห็นเมืองน่านจากมุมสูง เราจะเห็นขุนเขา น้อยใหญ่ ตั้งทะมึนโอบล้อมเมืองน่าน เป็นฉากหลัง จุดนี้ยังแสดงให้เราเห็นชัด ถึงลักษณะการตั้งเมือง ของทางภาคเหนือ ที่มักเลือกทำเลที่ตั้ง บนที่ราบลุ่ม และหุบเขาด้วย

บั๊มน่าน
31-12-2009, 22:58
งามแต้ๆเมืองน่านบ้านเราคิดถึงจังปีนีไม่ได้กลับเสียดายครับไม่ได้ต้อนรับพี่ๆที่มาเที่ยวบ้านผมด้วยโทษด้วยครับถ้ามาเมืองฝางจะขอรับใช้พวกพี่ทุกคนครับครับ

Alongkorn
31-12-2009, 22:58
ดอกสาระ

Alongkorn
31-12-2009, 23:00
องค์พระธาตุวัดเขาน้อย

Alongkorn
31-12-2009, 23:02
ลงเขามาก็แวะวัดพญาวัด เป็นวัดประจำพระนางจามเทวี ที่น่าจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญได้

วัดพญาวัด
เป็นที่ตั้งของเจดีย์จามเทวี หรือพระธาตุวัดพญาวัด ปูชนียสถานที่เก่าแก่ และสำคัญแห่งหนี่ง ของจังหวัดน่าน ด้วยช่าง ได้นำรูปแบบ มาจาก จังหวัดลำพูน ในยุคที่ล้านนากำลัง รุ่งเรืองถึงขีดสุด ทั้งทางศาสนาจักรและอาณาจักร และเมืองน่าน ก็ตกอยู่ภายใต้อิทธิพล ของล้านนาอย่างเต็มที่ วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ ชื่อว่าพระเจ้าสายฝน ซึ่งชาวบ้านเคารพนับถีอ และมาขอฝน เมื่อเกิดความแห้งแล้ง ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล แต่พิธีขอฝนนี้ทำครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ.2533 จากนั้น ก็ไม่เคย มีการทำอีกเลย เนื่องจากเกรงว่าองค์พระจะชำรุด เพรามีความเก่าแก่มาแล้ว
นอกจากนี้ ภายในวัดยังมี ธรรมมาสน์ฝีมือช่างเมืองน่านที่เก่าที่สุดเท่าที่พบมา ลักษณะคล้ายบุษบก ฐานเป็นปูนก่อติดกันพื้น ตัวธรรมสน์เป็นไม้แกะสลัก มีทรงลุ้ง คือ ด้านบนผาย ด้านล่างสอบเข้าเป็นแบบฝาตัด ลงรักเขียนลายรดน้ำปิดทอง ใช้ใส่พระธรรมคัมภีร์ พร้อมทั้ง เครื่องสูงจำลอง หรือเครื่องราชกุธภัณฑ์ เป็นเครื่องสักการพระพุทธเจ้า ทำจากไม้เขียนหลายรดน้ำ

Alongkorn
31-12-2009, 23:04
โบสถ์วัดพญาวัดกำลังได้รับการบูรณะโดยเจ้าอาวาสวัด ซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้ที่ใด

Alongkorn
31-12-2009, 23:05
รูปปั้นนูนสูงที่องค์พระธาตุจามเทวี

Alongkorn
31-12-2009, 23:07
วัดภูมินทร์
เดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์” เป็นวัดหลวง ตั้งอยู่ในเขตพระนครดังปรากฏชื่อ ตำบลในเวียงในปัจจุบัน เจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2139 ต่อมาอีกประมาณ 300 ปี มีการบูรณะครั้งใหญ่ ในสมัยเจ้าอนันตวรฤทธิ์เดช เมื่อ พ.ศ.2410 (ปลายสมัยรัชกาลที่ 4) ใช้เวลาซ่อมแซมนานถึง 7 ปี
ความสวยแปลกของวัดภูมินทร์ ที่เป็นหนึ่งเดียว คือ เป็นวัดที่สร้างทรงจัตุรมุขหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่ดูคล้ายตั้งอยู่บนหลังพญานาคขนาดใหญ่ 2 ตัว แหนพระอุโบสถเทินไว้กลางลำตัว ตรงใจกลางพระอุโบสถจัตุรมุข ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 4 องค์ หันพรพักตร์ออกด้านประตูทั้งสี่ทิศหันเบื้องปฤษฏาค์ชนกัน ประดับนั่งบนฐานซุกชี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย
อาคารนี้เป็นทั้งพระอุโบสถ พระวิหาร และพระเจดีย์ในหลังเดียวกัน โดยใช้อาคารในแนว ตะวันออก-ตะวันตก เป็นพระวิหาร และอาคารแนว เหนือ-ใต้ เป็นพระอุโบสถ รัฐบาลไทยเคยพิมพ์รูปวัดภูมินทร์ ในธนบัตรใบละ 1 บาท ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง แสดงเรื่องราวชาดก วิถีชีวิตตำสนานพื้นบ้าน และความเป็นอยู่ของชาวน่านในอดีต ได้แก่ การแต่งกายคล้ายผ้าซิ่นลายน้ำไหล การท่อผ้าด้วยกี่ทอมือ การติดต่อซื้อขายกับชาวต่างชาติ สิ่งน่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง คือ บานประตูแกะสลักลึกเป็น 3 ชั้น บนไม้สักทองแผ่นเดียวขนาดใหญ่ ความหนาของไม้ประมาณ 4 นิ้วสลักเป็นลวดลายเครือเถา ที่ทั้งดอกและมีผลระย้า รวมทั้งสัตว์นานาชนิด ฝีมือช่างเมืองน่าน
หอไตรวัดภูมินทร์ ลักษณะ สร้างขึ้นใหม่เลียนแบบของเดิม เมื่อ 5 มีนาคม 2537 อาคารสี่เหลียมทรงสูงสองชั้นก่ออิฐถือปูน มีบันใดภายในตัวอาคาร ชั้นบนมีระเบียง หลังคามีช่อฟ้าใบระกา

Alongkorn
31-12-2009, 23:09
ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในโบสถ์อธิบายถึงวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต

Alongkorn
31-12-2009, 23:11
ภาพแกะสลักนูนต่ำที่ประตูโบสถ์

Alongkorn
31-12-2009, 23:12
มายืนโพสท่าที่ด้านหน้าพระอุโบสถ

Alongkorn
31-12-2009, 23:13
พญานาคที่หน้าโบสถ์วัดหัวข่วง

Alongkorn
31-12-2009, 23:24
ไปกราบพระที่วัดมิ่งเมือง
วัดมิ่งเมือง เสาหลักเมืองน่าน
วัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่ที่บ้านมิ่งเมือง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ลักษณะทางสถาปัตยกรรม ของวิหารหลังเดิม คงเป็นช่างฝีมือแบบสถาปัตยกรรมล้านนา ต่อมาภายหลังได้มีการบูรณะปรับปรุงซ่อมแซม เปลี่ยนแปลงรูปแบบ กลายเป็นสถาปัตยกรรม ที่ผสมผสานกับแนวความคิดสมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดเน้น ที่เด่นชัดของวิหารวัดมิ่งเมือง ก็คือ ลวดลายศิลปะปูนปั้น ที่ประดับตกแต่งตัววิหาร มีความสวยงาม วิจิตรบรรจงมาก นับเป็นงานฝีมือของช่างปูนสมัยใหม่ในยุดปัจจุบัน

Alongkorn
31-12-2009, 23:26
พระประธาน

Alongkorn
31-12-2009, 23:29
พญานาคที่หน้าโบสถ์

Alongkorn
31-12-2009, 23:30
รูปนูนสูงที่เสาโบสถ์

Alongkorn
31-12-2009, 23:31
อีกซักนิด

Alongkorn
31-12-2009, 23:37
เช้าวันที่ 27 ก็ได้ฤกษ์อำลาเมืองน่าน เมืองคนดี สักวันหนึ่งสัญญาว่าเราจะกลับมาอีกครั้ง ลาก่อนเมืองน่านมิใช่ลาลับ

ผ่านเมืองแพร่กำลังมุ่งหน้าสู่เมืองลำปางเขลางค์นคร ก็มาสดุดกับความอลังการของวัดหนึ่งมีรูปพระนอนขนาดใหญ่ก็เลยแวะเข้าไปกราบพระ

Alongkorn
31-12-2009, 23:55
เมื่อเข้าไปภายในวัดต้องตื่นตลึงกับความสวยงามขององค์พระธาตุสุโทนมงคลคีรีสามัคคีธรรม

tonchemchan
31-12-2009, 23:57
มาดูและอิจฉาคนได้ไปเที่ยวครับ รูปสวยมากๆ

ป๋าดูเมล์ด้วยนะครับผมส่งวิธีแก้ไข ไปแว้ว

Alongkorn
01-01-2010, 00:07
ประวัติ
หลวงพ่อมนตรี เดิมชื่อเด็กชายมนตรี บุญมี เกิด พ.ศ. 2503 มีความสนใจ
พุทธศาสนา และสนใจงานปั้นมาแต่เด็ก ชอบปั้นพระมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ
เมื่ออายุได้ 9 ปี เคยปั้นพระหน้าตักกว้าง 3 ศอก ไว้กลางทุ่งนาแถวบ้านป่าหวาย อ.เด่นชัย โดยใช้เวลาปั้นแค่วันเดียว เมื่อบวชเรียนก็ศึกษางานปั้นจากช่างอาวุโส ที่สอนหล่อพระหล่อระฆัง จากคุณตาหมื่น บุญยเวทย์ วัย 85 และคุณตาอยู่คะณา วัย 80 ปี จากบ้านเตว็จ จังหวัดสุโขทัย จากนั้นก็ได้รับการถ่ายทอดการ ปั้นพระและสร้างวิหาร จากครูบาคัมภีระปัญญา วัดเฟือยลุง จ.น่าน

การสร้างวัด
หลวงพ่อมนตรี ได้นำเอาจุดเด่นของวัดหลายแห่งมาประยุกต์ไว้ที่วัดนี้ จากการ ี่ได้ตระเวณตามวัดต่างๆทางภาคเหนือและดินแดนล้านนาในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน เมืองเชียงตุง พม่า และจากประเทศลาว เพื่อศึกษารูปแบบของ ศิลปะล้านนาที่บรรพบุรุษได้สรรสร้างไว้ ทั้งงานปั้น งานแกะสลัก รวมทั้ง จิตกรรมฝาผนัง พร้อมกันนี้ก็ได้เสาะหาช่างฝีมือเอกของล้านนามาร่วมงาน สร้างวัดพระธาตุสุโทน บนที่ดิน 25 ไร่ ของดอยม่อนทอง ี่ได้รับการบริจาคจากชาวบ้าน ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ปลูกฝ้ายมาก่อน

walkingspeed
01-01-2010, 06:29
สวัสดีปีใหม่ครับป๋า
ขอให้มีสุขภาพดี มีความสุขตลอดปีเลยนะครับ
ถ่ายรูปสวยนะครับเนี่ย
ที่น่าน ท่าทางคนไม่ค่อยเยอะนะครับ ถ่ายมาไม่ติดคนเลย
หรือว่าไปเที่ยวก่อนเค้าเพื่อน
ขอบคุณมากครับ

น้องขาวมุก
01-01-2010, 09:07
รูปสวยครับป๋า อิจฉาจังได้เที่ยวตลอดปีเลยนะป๋า :kapook-17195-8823:

Wasan
01-01-2010, 10:16
เช้าวันที่ 27 ก็ได้ฤกษ์อำลาเมืองน่าน เมืองคนดี สักวันหนึ่งสัญญาว่าเราจะกลับมาอีกครั้ง ลาก่อนเมืองน่านมิใช่ลาลับ

ชอบคำนี้เลยพี่หน่อย...ฮ่า..
กึตเติงบ้านขนาด สงกรานต์จะปิ๊กบ้าน คิดถึงบ้าน...........

Alongkorn
01-01-2010, 11:32
ราชสีห์หน้าวัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรีธรรม

Alongkorn
01-01-2010, 11:34
พี่น้องสองสาว

Alongkorn
01-01-2010, 11:35
พญานาคที่หน้าพระอุโบสถ

NAMELESS
01-01-2010, 11:40
:kapook-17342-8336::kapook-17342-8336::kapook-17342-8336:

Alongkorn
01-01-2010, 11:46
เรือนไม้สักทองเสาร้อยต้นที่สวยงาม เป็นเรือนสร้างจากไม้สักทองขนาดใหญ่ ชื่อพิพิธภัณฑ์สุวรรณหอคำ ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ.2528 สร้างตามแบบของศิลปกรรมล้านนา โดยนำเอา ไม้สักทองจากบ้านเรือนเก่าที่ปลูกสร้างบ้านมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปีโดยได้รับการอนุเคราะห์ช่วยเหลือบริจาคซื้อเรือนเก่าในเขต อำเภอเด่นชัย อำเภอลอง จังหวัดแพร่ จำนวน 14 หลัง มีเสาจำนวน 101 ต้น นับเป็นสถานที่ที่มาจากแรงศรัทธาของประชาชนอย่างแท้จริง ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสถาปัตยกรรม อันยิ่งใหญ่และสวยงามเพื่อเป็นมรดกและเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่น

Alongkorn
01-01-2010, 11:51
องค์พระธาตุอีกองค์ตั้งอยู่ด้านหลังก็มีความยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน เสียดายที่เวลามีน้อยจึงไม่มีข้อมูล

Alongkorn
01-01-2010, 11:52
ภาพจิตรกรรมภายในพระอุโบสถ

Alongkorn
01-01-2010, 11:56
ภาพนี้เป็นภาพสุดท้ายที่วัดพระธาตุสุโทนฯ ซึ่งยังมีอีกมากพอควร ขอคัดเพียงภาพเด่นๆ มาให้ชม

Alongkorn
01-01-2010, 12:04
จากเมืองแพร่เดินทางต่อผ่านเมืองเขลางค์นคร เราได้มุ่งหน้าต่อไปถึงหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ อ.ปาย แม่ฮ่องสอน

จากอำเภอเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทางถนนโชตนา (เชียงใหม่ – ฝาง) ที่หลัก กม.34 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1095 (แม่มาลัย – ปาย) เป็นถนนลาดยาง มีสภาพ คดเคี้ยว ซึ่งบางช่วงจะลัดเลาะไปตามไหล่เขาสูงชัน ผ่านหน่วยงานของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เช่นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่เลา – แม่แสะ , หน่วยจัดการต้นน้ำปางเสด็จและอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง

หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ เป็นหน่วยงานภาคสนามในสังกัดส่วนจัดการต้นน้ำ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม โดยในปี พ.ศ. 2518 จัดตั้งหน่วยงานเป็นเป็นโครงการหลวงพัฒนาต้นน้ำที่ 4 (แม่จอกหลวง) ต่อมาได้เปลี่ยนแปลงชื่อหน่วยงานเป็นหน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ 4 (แม่จอกหลวง) , หน่วยจัดการต้นน้ำแม่จอกหลวง และหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ

Alongkorn
01-01-2010, 12:10
เดินทางมาถึงหลัก กม. 67 + 500 บริเวณด่านตรวจแม่ยะ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนลำลองเป็นดินทรายผสมดินลูกรัง เส้นทางดังกล่าวจะลัดเลาะไปตามไหล่เขาสูงชัน ระยะทางประมาณ 8 กม. จะถึง ที่ทำการหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ ตลอดทางค่อนข้างลำบากสำหรับรถปิกอัพขับ 2 ที่ไม่ยกสูง ใช้เวลาเดินทางจากทางเข้าถึงหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะถึงกว่า 30 นาที


http://www.doiinthanon.com/uploader/file/4k0vxv5e56ftqkm.gif ลักษณะทางภูมิศาสตร์กายภาพ
พื้นที่โดยทั่วไปเป็นเนินเขาและภูเขาสูง มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางระหว่าง 540 – 2,020 เมตร จุดสูงสุดคือดอยแม่ยะ มีความสูง 2,020 เมตร จากระดับน้ำทะเล ประกอบด้วยพื้นที่ 2 ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำแม่ยะ และลุ่มน้ำแม่จอกหลวง จะมีพื้นที่ราบอยู่บ้างสองข้างลำห้วยแม่ยะ และลำห้วยแม่จอก ทิศด้านลาด (Aspect) อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ รูปร่างลุ่มน้ำของพื้นที่รับผิดชอบเป็นแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า (Rectangular Shape)

Alongkorn
01-01-2010, 12:13
ระหว่างทางได้พบสมาชิกท่านหนึ่งกำลังเดินกลับ

Alongkorn
01-01-2010, 13:07
เส้นทางเข้า

Alongkorn
01-01-2010, 13:10
นี่ก็ทางเข้า :i41:

Alongkorn
01-01-2010, 18:26
มีทางขึ้นที่ลำบากต้องใช้เกียร์หนึ่ง แล้วค่อยๆ ไต่ขึ้นไปก็ต้องเจอโค้งหักศอกหลายโค้ง

Alongkorn
01-01-2010, 18:32
ผ่านประตูต้นไม้

Alongkorn
01-01-2010, 18:34
สะพานไม้นี้ได้เสียวน้อยๆ

Alongkorn
01-01-2010, 18:40
รถยนต์ที่สวนกันเป็น 4x4 ทั้งหมด มีเจ้าเหมียวเราเป็น 2Wd 4Dr. 116hp.

Alongkorn
01-01-2010, 18:44
มาได้ครึ่งทางเริ่มมีกำลังใจเพราะพบเห็นดอกพญาเสือโคร่งเป็นระยะๆ ส่วนใหญ่ยังดอกตูมอยู่

Alongkorn
02-01-2010, 09:15
ใช้เวลากว่า 40 นาที มาถึงที่หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะเกือบ 5 โมงเย็น รีบขนสัมภาระหลังรถขึ้นไปหาที่กางเต้นท์ โดยจ้างชาวไทยใหญ่ขนของทั้งหมดขึ้นไป โชคดีที่วันนี้เป็นวันอาทิตย์จึงหาที่กางเต้นท์ง่าย คนที่มาพักก่อนเขาเล่าให้ฟังว่าคืนวันศุกร์-เสาร์ ที่กางเต้นท์แทบไม่มีที่ว่าง ตอนกลางคืนมีเสือออกมาคำรามเป็นร้อยตัว ดังนั้น คืนนี้จึงมีเพียงเสียงเสือคำรามดังสนั่นป่าเพียงตัวเดียว(ทำให้คิดถึงน้าเชษฐ์Munic) ที่ชอบฟังเสียงเสือคำรามมากๆๆๆๆ อิอิอิ

:smiley-transport013

Alongkorn
02-01-2010, 09:19
รุ่งเช้าวันจันทร์ตื่นมา รีบไปปฏิบัติภาระกิจลับสุดยอด ก่อนที่คนอื่นจะตื่นมาแย่งทำก่อน เป็นเช้าที่สดใสมากอากาศเมื่อคืนไม่หนาวมากอย่างที่หวัง แค่ 12 องศาเท่านั้น

Alongkorn
02-01-2010, 09:35
รอชมพระอาทิตย์ขึ้นจนถึง 06.30 น. ท่านจึงค่อยโผล่ขึ้นมาแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก

Alongkorn
02-01-2010, 09:39
ตอนนี้มาชมภาพของดอกซากุระเมืองไทยดูบ้าง เป็นภาพที่ถ่ายจากกล้อง Fuji S8000 แสงตอนเช้า 06.30 น.

evoda3
02-01-2010, 09:39
สวัสดีปีใหม่ครับ ระยองอยากเจอหน้าค่าตาป๋าจังเลยครับว่างๆมาเที่ยวระยองบ้างนะครับ
ปีใหม่นี้ขอให้ร่ำรวยนะครับ

Alongkorn
02-01-2010, 09:42
ภาพนี้ถ่ายโดยใช้การซูมภาพ แต่ก็สวยใช้ได้สำหรับกล้อง Fuji S8000

Alongkorn
02-01-2010, 15:01
อ้างอิง:


งามแต้ๆเมืองน่านบ้านเราคิดถึงจังปีนีไม่ได้กลับเสีย ดายครับไม่ได้ต้อนรับพี่ๆที่มาเที่ยวบ้านผมด้วยโทษด้ วยครับถ้ามาเมืองฝางจะขอรับใช้พวกพี่ทุกคนครับครับ

ขอบคุณครับ เมืองน่านเป็นเมืองที่เงียบสงบดีมากผู้คนก็ใจดีน่ารั กทุกคนคราวหน้าได้ไปอีกแน่นอนครับ
__________________



มาดูและอิจฉาคนได้ไปเที่ยวครับ รูปสวยมากๆ

ป๋าดูเมล์ด้วยนะครับผมส่งวิธีแก้ไข ไปแว้ว

ขอบคุณครับ รูปส่วนใหญ่ฝีมือลูกสาว 2 คน กำลังอยู่ในระหว่างการฝึกถ่ายภาพ ตอนนี้ใช้กล้องออโต้ไปก่อน



สวัสดีปีใหม่ครับ ระยองอยากเจอหน้าค่าตาป๋าจังเลยครับว่างๆมาเที่ยวระย องบ้างนะครับ
ปีใหม่นี้ขอให้ร่ำรวยนะครับ

ไปเที่ยวระยองทุกปีครับ หวังว่าไปคราวหน้าคงได้พบกันแน่นอน
__________________

Alongkorn
02-01-2010, 15:20
พญาเสือโคร่งงามแต้ๆๆ

Alongkorn
02-01-2010, 15:23
กำลังบานสะพรั่งเต้มภูเขา

Alongkorn
02-01-2010, 15:26
มองไปทางไหนก็พบดอกซากุระ

Alongkorn
02-01-2010, 15:28
อีกต้นที่สวยงามมาก

Alongkorn
02-01-2010, 15:29
อีกด้านหนึ่งของดอยขุนแม่ยะก็กำลังแข่งกันโชว์ดอกที่กำลังบานอวดสีสันต์สดใส

Alongkorn
02-01-2010, 15:31
ส่วนต้นนี้พบเพียง 2 ต้นเท่านั้น แต่ก็สวยงามไม่แพ้กัน

Alongkorn
02-01-2010, 15:33
นี่อยู่ติดๆ กัน แย่งกันประชันโฉม

Alongkorn
02-01-2010, 15:35
ดอยสีชมพู

Alongkorn
02-01-2010, 15:46
สวยๆๆๆๆๆๆ

นี่ต้องซูมภาพเข้าไป เวลาประมาณ 07.30 น.

Alongkorn
02-01-2010, 15:48
นี่ก็สุดสวย

Alongkorn
02-01-2010, 15:49
1 สาวเหลือน้อย & 2 สาวมาก

Alongkorn
02-01-2010, 15:54
วิวสวยก่า อิ...อิ...อิ

Alongkorn
02-01-2010, 15:55
3 แม่ลูกฮาเฮ จู๊ฮุกกรู :emo020hu8:

Alongkorn
02-01-2010, 15:58
2 สาววัยใกล้นิดเดียว

Alongkorn
02-01-2010, 15:59
:emotion_014_kitty:

เฮ้อ...

Alongkorn
02-01-2010, 16:01
เนื้อคู่ หนังคู่ กระดูกคู่

:1182440014:

Bom
02-01-2010, 21:01
ขอบคุณที่พาไปเที่ยวคร๊าบผม

Alongkorn
03-01-2010, 22:05
ยังมีภาพสวยๆ ของดอกซากุระอีกมาก ขอลงต่ออีกนะ :i40:

Alongkorn
03-01-2010, 22:07
ชมทิวทัศน์ฝั่งตะวันออกบ้าง

Alongkorn
03-01-2010, 22:08
แม้แต่ต้นสนสามใบก็มีความสวยงามไม่น้อย

Alongkorn
03-01-2010, 22:20
วิวสวยๆ

Alongkorn
03-01-2010, 22:54
วันต่อมาไปทีน้ำพุร้อนสันกำแพง

Alongkorn
03-01-2010, 23:02
เช้าวันรุ่งขึ้นก่อนปิ๊กบ้านโคราช ขอไปเที่ยวที่ขุนช่างเคี่ยน ดอยสุเทพ ก็มีดอกซากุระให้ชม

Alongkorn
03-01-2010, 23:05
ซากุระที่นี่ก็สวยไม่แพ้ขุนแม่ยะ

Alongkorn
03-01-2010, 23:08
แล้วก็ให้นางแบบแสนสวยยยยยยย มาโพสท์

นึกว่าเท่ห์ คิคิคิ

:i40:

Alongkorn
04-01-2010, 07:36
โพสท์กันให้ซะให้เข็ด

Alongkorn
04-01-2010, 07:39
นอกจากจะแทงช่อดอกแล้ว ใบอ่อนก็เริ่มออกมาแล้ว ทั้งที่ดอกตูมยังบานเพียง 50 % เท่านั้น ภายใน 2 สัปดาห์คงจะมีใบออกมาบดบังช่อดอก

Alongkorn
04-01-2010, 07:53
ที่หน้าทางเข้า

Alongkorn
04-01-2010, 10:06
จุดชมทิวทัศน์มองลงไปจะเห็นหมูบ้านชาวเขาดอยปุย

Kamo_007
04-01-2010, 18:21
รถยนต์ที่สวนกันเป็น 4x4 ทั้งหมด มีเจ้าเหมียวเราเป็น 2Wd 4Dr. 116hp.

ป๋าครับ ใจคอจะใช้รถให้คุ้มเลยนะครับ เอาขับ 2 ไปลุยซะเหมือนขับ 4 เลย

Kamo_007
04-01-2010, 18:22
ซากุระที่นี่ก็สวยไม่แพ้ขุนแม่ยะ

สีตัดกันดีจังครับ

Kamo_007
04-01-2010, 18:23
เนื้อคู่ หนังคู่ กระดูกคู่

:1182440014:

ยกให้เป็นคู่หวานแ่่ห่งปีละกันนะ

wattana
04-01-2010, 18:49
ยอดฝีมือแอบซุ้มนะเนี่ย เที่ยวสนุกแล้วยังไม่ลืมคลับ เยี่ยมจริง ๆ ครับป๋า

Alongkorn
04-01-2010, 18:58
ป๋าครับ ใจคอจะใช้รถให้คุ้มเลยนะครับ เอาขับ 2 ไปลุยซะเหมือนขับ 4 เลย


ทุกวันนี้กำลังคิดว่าเป็นขับ 4 แล้ว ขากลับจากชมซากุระ เจ้าโช้คข้างขวาที่เปลี่ยนมาใหม่เพียง 5 วันเท่านั้นก็มีอันซาโยนาระ ทุกคนนั่งโยกไปก็โยกมาเหมือนนั่งเรือผ่านคลื่น :emo022nj0:

Alongkorn
04-01-2010, 19:06
สีตัดกันดีจังครับ

ถ้าได้กล้องน้า Kamo_007 ไปใช้ละก็แจ่มกว่านี้หลายเท่านะ

วันหลังพบกันดูแลกล้องให้ดีนะ :emotion_006_onion:

Alongkorn
04-01-2010, 19:11
ยอดฝีมือแอบซุ้มนะเนี่ย เที่ยวสนุกแล้วยังไม่ลืมคลับ เยี่ยมจริง ๆ ครับป๋า

ขอบคุณครับน้าวัฒนา ไปเที่ยวไหนใจก็ยังมีคลับไทยไทรทันอยู่ด้วยกันตลอด

Wasan
04-01-2010, 19:24
ใบนี้สวยมากๆพี่หน่อย บอกแล้วให้มาแลก 4WD สีฟ้าไปลุยก็ไม่เชื่อ

http://www.thaitritonclub.com/forum/attachment.php?attachmentid=61809&stc=1&d=1262606116

coppy42
04-01-2010, 19:50
แอบตามรอบล้อป๋าไปนอนดูดอากาศที่ขุนแม่ยะมาคืนนึงเมื่อวันที่1/1เหมือนกันครับได้มา12องศาแล้วย้ายสัมภาระไปต่อที่บ้านวัดจันทร์ได้มา4องศาแบบงงๆ
แต่ในรูปผมเดินเลยห้องน้ำไม่ไผ่สานเข้าไปเจอดอกสีขาวมันซากูระหรือปร่าวไม่รู้ครับ..

Alongkorn
04-01-2010, 21:20
ใบนี้สวยมากๆพี่หน่อย บอกแล้วให้มาแลก 4WD สีฟ้าไปลุยก็ไม่เชื่อ



ตั้งใจว่าจะแลกเหมือนกัน แต่เกรงว่าขาไปเป็น 4WD
แต่ขากลับมันอาจกลายเป็น 2WD ก็ได้
แถมอาจมีภาพจิตรกรรมข้างรถแถมมาให็นะ
หมูอาจช็อคซิเนม่าได้ 555+
:smiley-bounce016:


แอบตามรอบล้อป๋าไปนอนดูดอากาศที่ขุนแม่ยะมาคืนนึงเมื่อวันที่1/1เหมือนกันครับได้มา12องศาแล้วย้ายสัมภาระไปต่อที่บ้านวัดจันทร์ได้มา4องศาแบบงงๆ
แต่ในรูปผมเดินเลยห้องน้ำไม้ไผ่สานเข้าไปเจอดอกสีขาวมันซากูระหรือปร่าวไม่รู้ครับ..

ไปช่วงนี้ดอกพญาเสือโคร่งน่าจะบานมากกว่าช่วงที่ผมไปนะครับ
ส่วนภาพที่นำมาลงเป็นภาพที่ถ่ายซูมตอนเกือบ 7 โมงเช้า จึงต้องใช้แฟลชช่วย เพราะต้องถ่ายย้อนแสง แต่ภาพออกมาน่าพอใจถึงแม้แสงจะแข็งไปหน่อย

JADUM
05-01-2010, 17:24
มาชมครับ สวยงามแต้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ปีใหม่ขอให้ป๋ามีสุขภาพแข็งแรงน่ะครับ ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ยังรักเหมือนเดิมน่ะครับ

yut
06-01-2010, 20:40
แจ่มเลยป๋า แต่ว่าตอนผมไปขุนช่างเคี่ยน ดอกปุย ไมป๋าไม่บอกว่าทางแคบอ่ะ ขับแล้วเหนื่อยจิงๆ ระยะแค่ 4-5 โล :emo015ny9:

Alongkorn
06-01-2010, 22:37
มาชมครับ สวยงามแต้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ปีใหม่ขอให้ป๋ามีสุขภาพแข็งแรงน่ะครับ ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ยังรักเหมือนเดิมน่ะครับ


เช่นกันครับขอให้น้าจ่าดำมีสุขภาพแข็งๆๆๆๆๆๆๆ พร้อมมีแรงงงงงงงงง
ทำกิจกรรมทุกอย่างสำเร็จสมดังประสงค์
__________________



แจ่มเลยป๋า แต่ว่าตอนผมไปขุนช่างเคี่ยน ดอยปุย ไมป๋าไม่บอกว่าทางแคบอ่ะ ขับแล้วเหนื่อยจิงๆ ระยะแค่ 4-5 โล :emo015ny9:

รกเก๋งรกโหลกเตี้ยขาวยังไปได้เลย ไม่เหงขาวบ่งเลย มีที่ไหนบ้างที่น้ายุทธไปไม่ได้ :yenta4-emoticon-002

Alongkorn
07-01-2010, 08:00
ในการเดินทางครั้งนี้ไปได้ถูกที่โดยไม่มีหลงทาง เพราะใช้เครื่อง GPS dedAo ที่ซื้อมาจากน้าต้น ยอมรับว่าเป็นครั้งแรกที่ไปเที่ยวโดยไม่มีหลงทาง โดยเฉพาะในเมือง ปกติมักจะต้องใช้แผนที่ทางหลวงประกอบการเดินทาง แต่ก็ยังพาหลงทางอยู่ดี ไม่ผิดหวังเลยครับที่สั่งซื้อมาใช้

หมายเหตุ รูปพญานาคที่พระอุโบสถวัดพญาวัด จังหวัดน่าน

Alongkorn
07-01-2010, 08:22
พญานาคที่วัดศรีพันต้น น่าน

ถ่ายภาพเมื่อเวลา 17.55 น.

Alongkorn
07-01-2010, 08:24
วัดศรีพันต้น

Alongkorn
07-01-2010, 08:26
พญาสิงห์วัดพระธาตุแช่แห้ง

ถ่ายเมื่อเวลา 08.05 น. 26 ธ.ค.52

Alongkorn
07-01-2010, 08:29
วัดภูมินทร์ น่าน

ถ่ายภาพเมื่อเวลา 17.40 น. 27 ธ.ค.52

Alongkorn
07-01-2010, 08:36
วัดหัวข่วง ในเวียง น่าน

ถ่ายเมื่อเวลา 06.10 น. 26 ธ.ค.52

Alongkorn
07-01-2010, 08:39
วัดมิ่งเมือง ในเวียง น่าน

เวลา 18.49 น. 26 ธ.ค.52

Alongkorn
07-01-2010, 08:44
วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี

เวลา 11.59 น. 27ธ.ค.52

Alongkorn
07-01-2010, 08:47
วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี

12.05 น. 27 ธ.ค.52

NAMELESS
07-01-2010, 08:51
:smiley-eatdrink014:

Alongkorn
14-01-2010, 09:01
เก็บตกภาพทิวทัศน์ครับ

Alongkorn
14-01-2010, 09:02
ทิวทัศน์ดอยภูคา น่าน

Alongkorn
14-01-2010, 09:04
ดอยภูคา น่าน

Alongkorn
14-01-2010, 09:05
ขุนแม่ยะ แม่ฮ่องสอน

Alongkorn
14-01-2010, 09:06
ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นที่ขุนแม่ยะ แม่ฮ่องสอน

Alongkorn
14-01-2010, 09:07
แล้วมาจบลงที่นี่ ศาลพันท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร

Alongkorn
14-01-2010, 09:09
มีปลา... ออกมาโชว์ตัว

Alongkorn
14-01-2010, 09:12
น้องปูออกมาอวดก้าม

Alongkorn
14-01-2010, 09:16
นวลเจ้าพี่เอย คำน้องเอ่ยล้ำคร่ำครวญ
ถ้อยคำเหมือนจะชวน ใจพี่หวลครวญคร่ำอาลัย.......

Alongkorn
14-01-2010, 09:17
ฝูงนกนางนวลมีตลอดสองข้างทางไปสู่ศาลพันท้ายนรสิงห์

Alongkorn
14-01-2010, 09:18
เจ้านกน้อยคล้อยบินสู่เวหา...

Alongkorn
14-01-2010, 09:19
เจ้าถลาเล่นลมเพลินฤดี

Alongkorn
14-01-2010, 09:22
อยากเป็นนกบ้าง

YoKeyPlayBoy
14-01-2010, 14:16
อยากเป็นนกบ้าง
สวัสดีปีใหม่คงยังไม่สายนะครับ ป๋า ยังไงมาระยองโทรบอกด้วยนะครับ:smiley-sport007:

Alongkorn
14-01-2010, 15:17
สวัสดีปีใหม่คงยังไม่สายนะครับ ป๋า ยังไงมาระยองโทรบอกด้วยนะครับ:smiley-sport007:

สวัสดีปีใหม่เช่นกันครับ ไประยองเมื่อไหร่โทรไปหาแน่นอนครับ

:smiley-sport007:

YoKeyPlayBoy
16-01-2010, 19:49
สวัสดีปีใหม่เช่นกันครับ ไประยองเมื่อไหร่โทรไปหาแน่นอนครับ

:smiley-sport007:

รับทราบครับ..

coppy42
17-10-2010, 08:00
ของท่านประธานของคลับเราป๋าแลงกรณ์ ก็ต้อง ขุด ขุด ขุด ส่งเสริมการท่องเที่ยว ต้องขุดชึ้นมาเป็นแนวทาง กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาของการท่องเที่ยวแล้ว ออกไปฉลองรถใหม่ๆกันหน่อย ออกไปกอด กอด กอดธรรมชาติ :kapook-17196-7812:

indy72
17-10-2010, 10:33
ขุดๆๆๆ มากะตุ้นต่อมกันเร็ว!

happymet
17-10-2010, 22:12
ดูกี่ทีก็สวยเหมือนเดิม ครับ ตอนรับลมหนาวดีครับ ป๋าาา

KHEAWDEE
18-10-2010, 08:19
เมืองไทยสวยที่สุดในโลก ดูกีทีก็มีความสุข
ปลายปีนี้ต้องไปสักที่