PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : สอบถามเซียนๆทั้งหลายขอข้อมูลหน่อยครับ



MEAW_SAN
23-04-2013, 12:46
สั้นๆชัดๆ ผมจะติดออยคูลเลอให้กับเกียร์ 4*4AT 5 Speed
1 คร่อมตรงหม้อน้ำเลยไม่ต้องเอาเข้าไปอุ่น(บ้านเราร้อนจะตาย) กับ
2 คร่อมหลังจากออกจากหม้อน้ำ (เหมือนรุ่นปี 05-08)จากโรงงาน

ใครมีไอเดียดีๆแนะนำหน่อยครับถึงข้อดีและข้อเสียทั้งสองแบบ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ

MUNIC
23-04-2013, 13:25
1. จะเปลี่ยนระบบระบายความร้อนน้ำมันเกียร์ จากน้ำเป็นอากาศ ถูกไหม?

2.จะใช้ร่วมกัน 2 ระบบ คือ ผ่านน้ำก่อน แล้วก็มาผ่านอากาศ

อืม ใครว่าแบบไหนดีกว่ากัน อิอิ

rmd
23-04-2013, 13:53
ก่อนอื่นต้องถามหน่อยว่า"ทำไมต้องเอาเข้าหม้อน้ำ"
การทำงานของระบบควบคุมอุณหภูมิของระบบเกียร์อัตโนมัติ....แน่นอนความร้อนมีจะมากน้อยคงขึ้นอยู่กับสภาวะโหลดร่างๆและสภาพแวดล้อม ทีนี้ทำไงให้ระบบยังคงอยู่ในเรนจ์ที่ทำงานได้ตามปกติไม่ว่าปัจจัยส่งเสริมและแวดล้อมจะเป็นเช่นไร
...เราจึงควรมองตรงกันก่อนว่า ระบบออยคูลเลอร์ของเกียร์ มีไว้เพื่อควบคุมอุณหภูมิให้คงอยู่ในช่วงที่เหมาะสม เพื่อ ประสิทธิภาพสูงสุดของเกียร์ ตามที่ออกแบบมา
...ระบบที่ควรจะเป็น(ตามไทรทันออโตโมเดลเก่า) คือ น้ำมันเกียร์ที่มีอุณหภูมิสูงจากการใช้งาน ส่งออกมาลดความร้อนด้วยแผงคูลเลอร์แล้วก็ ส่งเข้าไปคุมอุณภูมิ(83-90)ที่หม้อน้ำ แล้วจึงกลับไปทำงานต่อในระบบเกียร์
.
ถ้าจะถามว่าอย่างไหนดีกว่ากัน ระหว่างผ่านหม้อน้ำเพื่อควบคุมอุณหภูมิกับไม่ต้องผ่านเพื่อลดความร้อนน้ำมันเกียร์อย่างที่เข้าใจและต้องการกัน คงขอยึดตามระบบที่มีมาให้ศึกษา ดีกว่าค่ะ เหลือ ดีกว่าขาด บางช่วงอาจจะยังไม่ใช่อุณหภูมิที่เหมาะสมกับการทำงานของระบบเกียร์
.
แต่ ก็เข้าใจนะคะ มีอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้คิดได้ หรือ กังวล กับการทำงานของเอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับครื่อง4d56-vg เอาใจช่วยค่ะ เดามาทั้งนั้น แค่ข้อมูลงูๆปลา ขอให้สำเร็จตามจุดประสงค์นะคะ แล้วเอามารีวิวเป็นวิทยาทานด้วยนะคะ

nv_gold
23-04-2013, 13:53
AT 5speed เหมือนกันครับ
กำลังอยากใส่อยู่เหมือนกัน
ได้จังหวะน้าโต้งตั้งกระทู้พอดี มารอข้อมูลด้วยคนครับครับ

MEAW_SAN
23-04-2013, 14:08
1. จะเปลี่ยนระบบระบายความร้อนน้ำมันเกียร์ จากน้ำเป็นอากาศ ถูกไหม?

2.จะใช้ร่วมกัน 2 ระบบ คือ ผ่านน้ำก่อน แล้วก็มาผ่านอากาศ

อืม ใครว่าแบบไหนดีกว่ากัน อิอิ


ก่อนอื่นต้องถามหน่อยว่า"ทำไมต้องเอาเข้าหม้อน้ำ"
การทำงานของระบบควบคุมอุณหภูมิของระบบเกียร์อัตโนมัติ....แน่นอนความร้อนมีจะมากน้อยคงขึ้นอยู่กับสภาวะโหลดร่างๆและสภาพแวดล้อม ทีนี้ทำไงให้ระบบยังคงอยู่ในเรนจ์ที่ทำงานได้ตามปกติไม่ว่าปัจจัยส่งเสริมและแวดล้อมจะเป็นเช่นไร
...เราจึงควรมองตรงกันก่อนว่า ระบบออยคูลเลอร์ของเกียร์ มีไว้เพื่อควบคุมอุณหภูมิให้คงอยู่ในช่วงที่เหมาะสม เพื่อ ประสิทธิภาพสูงสุดของเกียร์ ตามที่ออกแบบมา
...ระบบที่ควรจะเป็น(ตามไทรทันออโตโมเดลเก่า) คือ น้ำมันเกียร์ที่มีอุณหภูมิสูงจากการใช้งาน ส่งออกมาลดความร้อนด้วยแผงคูลเลอร์แล้วก็ ส่งเข้าไปคุมอุณภูมิ(83-90)ที่หม้อน้ำ แล้วจึงกลับไปทำงานต่อในระบบเกียร์
.
ถ้าจะถามว่าอย่างไหนดีกว่ากัน ระหว่างผ่านหม้อน้ำเพื่อควบคุมอุณหภูมิกับไม่ต้องผ่านเพื่อลดความร้อนน้ำมันเกียร์อย่างที่เข้าใจและต้องการกัน คงขอยึดตามระบบที่มีมาให้ศึกษา ดีกว่าค่ะ เหลือ ดีกว่าขาด บางช่วงอาจจะยังไม่ใช่อุณหภูมิที่เหมาะสมกับการทำงานของระบบเกียร์
.
แต่ ก็เข้าใจนะคะ มีอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้คิดได้ หรือ กังวล กับการทำงานของเอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับครื่อง4d56-vg เอาใจช่วยค่ะ เดามาทั้งนั้น แค่ข้อมูลงูๆปลา ขอให้สำเร็จตามจุดประสงค์นะคะ แล้วเอามารีวิวเป็นวิทยาทานด้วยนะคะ
โดยส่วนตัวผมเทใจไปทางซ้อว่าละครับ แบบที่ 2 ซึ่งมันใช้ได้ดีในโมเดลก่อนๆตามที่เราใช้งานมา ผมติดใจนิดเดียว ขึ้นเขาขึ้นเนิน น้ำธรรมดาเราไม่เคยต่ำกว่า 94-98 (ทั้งในไทรทันและปาเจโร ออโต้แทบทุกคัน) มันเลยเกิดความคิดว่า เกียร์ พาเครื่องร้อนไปด้วยน่าจะเอาออกดีไหม สเตปนี้ผมยังไม่รีบครับ แต่ไม่อยากรื้อบ่อย เลยอยากหาข้อมูลหลายๆด้าน ตอนนี้ผมคิดไปไกลขนาด ว่า ถ้าเลือกที่ช้อย 1 ผมจะเอาท่อส่วน 1 ผ่านขดลวดฮีตเตอ แยกสวิทปิดเปิด และฝังเซนเซอวัดอุณภูมิ คุมให้อยู่ในช่วงที่ซ้อว่ากันเลยละ ร้อนมากเราก็ปิดฮีตเตอ เย็นมากเช้าๆ เราก็เปิดมันซะ โอ้วววววว ฝันกลางวันนะเนี่ย ขอบคุณครับสำหรับข้อมูล

MUNIC
23-04-2013, 14:50
โดยส่วนตัวผมเทใจไปทางซ้อว่าละครับ แบบที่ 2 ซึ่งมันใช้ได้ดีในโมเดลก่อนๆตามที่เราใช้งานมา ผมติดใจนิดเดียว ขึ้นเขาขึ้นเนิน น้ำธรรมดาเราไม่เคยต่ำกว่า 94-98 (ทั้งในไทรทันและปาเจโร ออโต้แทบทุกคัน) มันเลยเกิดความคิดว่า เกียร์ พาเครื่องร้อนไปด้วยน่าจะเอาออกดีไหม สเตปนี้ผมยังไม่รีบครับ แต่ไม่อยากรื้อบ่อย เลยอยากหาข้อมูลหลายๆด้าน ตอนนี้ผมคิดไปไกลขนาด ว่า ถ้าเลือกที่ช้อย 1 ผมจะเอาท่อส่วน 1 ผ่านขดลวดฮีตเตอ แยกสวิทปิดเปิด และฝังเซนเซอวัดอุณภูมิ คุมให้อยู่ในช่วงที่ซ้อว่ากันเลยละ ร้อนมากเราก็ปิดฮีตเตอ เย็นมากเช้าๆ เราก็เปิดมันซะ โอ้วววววว ฝันกลางวันนะเนี่ย ขอบคุณครับสำหรับข้อมูล

เกียร์ d ล้วนๆ พิชิต มาหลายภูละ แรงดีไม่มีตก 5555

rmd
23-04-2013, 14:57
กรณี vgเดิมๆขึ้นเนินที่บ้องตี้ล่างป่าวคะ ตาคนหมกมุ่นแต่เรื่องรถแถวบ้านหนู เคยบอกเสมอว่า "เทคโนโลยีและปัญหาที่ตามมา มันเป็นเรื่องตรรกะ"
.
ก่อนอื่นเลย vg มีหัวฉีดที่ใหญ่กว่าทุกรุ่นในไทรทัน เมื่อเผชิญสภาวะโหลดต่างๆ การที่จะผ่านไปได้ก็มีอยู่สองทาง คือเพิ่มกำลังให้เครื่ฮงยนต์ในรอบเท่าเดิม กับ เปลี่ยนอัตราทดเพื่อลดโหลดในรอบเครื่องที่เท่ากัน....เรามาแตกประเด็นทีละประเด็นกันเล่นๆนะคะ
.
ประเด็นแรก....เมื่อเครื่องเผชิญโหลดต่างในขณะนั้น อย่างแรกคือการไม่ลดริบเครื่องลง นั่นคือกล่องจะพยายามรักษารอบด้วยการเติมน้ำมัน การที่เราขับรถตัวเปล่าขึ้นเขาหรือไต่เนินด้วยเกียร์Dก็เช่นเดียวกัน ก่อนที่เกียร์จะทวนกลับลงต่ำคงต้องรอปัจจัยแวดล้อมในแารประมวลผลก่อน แต่ที่มาดว่านั้นหรือในขณะนั้นคือเรากำลังพยายามเร่งเครื่อง ด้วยการกดแป้นคันเร่งให้เพิ่มรอบขึ้น หรือ เติมน้ำมันลงไปอีก ความร้อนซึ่งเกิดจากน้ำมันหนาในช่วงรอบเผาไหม้ย่อมมีมากเป็นธรรมดา ที่สำคัญการถ่ายเทหรือนำพาความร้อนออกไปด้วย อากาศที่เคลื่อนที่ผ่านในขณะรถวิ่งคงไม่มากพอเหมือนวิ่งบนพื้นราบ บนเงื่อนไขเดียวกัน
.
ประเด็นที่สอง เป็นการเปรียบเทียบด้วยสภาวะโหดเท่ากันรอบเครื่องเหมือนกัน แต่เราหรือคนขับเลือกใช้เกียร์เพื่อเอาชนะโหลดกับเครื่องยนต์ขณะนั้น เช่น การขับรถขึ้นเขาด้วยเกียร์2หรือL รอบเครื่องเท่ากันแต่ได้อัตราทดเกียร์ช่วย การเติมคันเร่งเพื่อเอาชนะเนิน หรือ โหลดก็จะน้อยกว่าประเด็นแรก คยเจอกับตัวเอง เฟืองท้าย 10/41ยาง35 ไต่ขึ้นดอยด้วยเกียร์dเปรียบเทียบกับเกียร์2 ด้วยรอบเครื่องเท่าๆกัน อุณหภูมิน้ำหล่อเย็นต่างกันกว่า5องศาเลยค่ะ นี่ยังไม่นับความคนองบ้าพลังนะขณะนั้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกับปัญหาด้านอุณหภูมิค่ะ
.
ประเด็นรวม....ถ้าจะเหมาว่าน้ำมันเกียร์ส่งผลให้น้ำหล่อเย็นมีอุณหภูมิสูงขึ้น ก็คงปฏิเสธไม่ได้ เพราะมันเป็นปัจจัยต่อเนื่อง แต่ถ้าเครื่องยนต์ไม่ร้อนเนื่องจากการเอาชนะโหลดด้วยรอบเครื่อง อุณหภูมิน้ำหล่อเย็นก็คงจะไม่สูงจนน่าตกใจจริงไหมคะ
.
เป็นทัศนคติส่วนตัวนะคะ ถูกผิดต้องโทษ แกสโซฮอล แทนล่ะค่ะ
ขออนุญาติแจมเท่านี้ก่อน เมื่อมือและหูมาก คนสนุกคือ คนบอกบทข้างๆค่ะ. .....เฮ้อ

MEAW_SAN
23-04-2013, 15:04
กรณี vgเดิมๆขึ้นเนินที่บ้องตี้ล่างป่าวคะ ตาคนหมกมุ่นแต่เรื่องรถแถวบ้านหนู เคยบอกเสมอว่า "เทคโนโลยีและปัญหาที่ตามมา มันเป็นเรื่องตรรกะ"
.
ก่อนอื่นเลย vg มีหัวฉีดที่ใหญ่กว่าทุกรุ่นในไทรทัน เมื่อเผชิญสภาวะโหลดต่างๆ การที่จะผ่านไปได้ก็มีอยู่สองทาง คือเพิ่มกำลังให้เครื่ฮงยนต์ในรอบเท่าเดิม กับ เปลี่ยนอัตราทดเพื่อลดโหลดในรอบเครื่องที่เท่ากัน....เรามาแตกประเด็นทีละประเด็นกันเล่นๆนะคะ
.
ประเด็นแรก....เมื่อเครื่องเผชิญโหลดต่างในขณะนั้น อย่างแรกคือการไม่ลดริบเครื่องลง นั่นคือกล่องจะพยายามรักษารอบด้วยการเติมน้ำมัน การที่เราขับรถตัวเปล่าขึ้นเขาหรือไต่เนินด้วยเกียร์dก็เช่นเดียวกัน ก่อนที่เกียร์จะทวนกลับลงต่ำคงต้องรอปัจจัยแวดล้อมในแารประมวลผลก่อน แต่ที่มาดว่านั้นหรือในขณะนั้นคือเรากำลังพยายามเร่งเครื่อง ด้วยการกดแป้นคันเร่งให้เพิ่มรอบขึ้น หรือ เติมน้ำมันลงไปอีก ความร้อนซึ่งเกิดจากน้ำมันหนาในช่วงรอบเผาไหม้ย่อมมีมากเป็นธรรมดา ที่สำคัญการถ่ายเทหรือนำพาความร้อนออกไปด้วย อากาศที่เคลื่อนที่ผ่านในขณะรถวิ่งคงไม่มากพอเหมือนวิ่งบนพื้นราบ บนเงื่อนไขเดียวกัน
.
ประเด็นที่สอง เป็นการเปรียบเทียบด้วยสภาวะโหดเท่ากันรอบเครื่องเหมือนกัน แต่เราหรือคนขับเลือกใช้เกียร์เพื่อเอาชนะโหลดกับเครื่องยนต์ขณะนั้น เช่น การขับรถขึ้นเขาด้วยเกียร์2หรือl รอบเครื่องเท่ากันแต่ได้อัตราทดเกียร์ช่วย การเติมคันเร่งเพื่อเอาชนะเนิน หรือ โหลดก็จะน้อยกว่าประเด็นแรก คยเจอกับตัวเอง เฟืองท้าย 10/41ยาง35 ไต่ขึ้นดอยด้วยเกียร์dเปรียบเทียบกับเกียร์2 ด้วยรอบเครื่องเท่าๆกัน อุณหภูมิน้ำหล่อเย็นต่างกันกว่า5องศาเลยค่ะ นี่ยังไม่นับความคนองบ้าพลังนะขณะนั้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกับปัญหาด้านอุณหภูมิค่ะ
.
ประเด็นรวม....ถ้าจะเหมาว่าน้ำมันเกียร์ส่งผลให้น้ำหล่อเย็นมีอุณหภูมิสูงขึ้น ก็คงปฏิเสธไม่ได้ เพราะมันเป็นปัจจัยต่อเนื่อง แต่ถ้าเครื่องยนต์ไม่ร้อนเนื่องจากการเอาชนะโหลดด้วยรอบเครื่อง อุณหภูมิน้ำหล่อเย็นก็คงจะไม่สูงจนน่าตกใจจริงไหมคะ
.
เป็นทัศนคติส่วนตัวนะคะ ถูกผิดต้องโทษ แกสโซฮอล แทนล่ะค่ะ
ขออนุญาติแจมเท่านี้ก่อน เมื่อมือและหูมาก คนสนุกคือ คนบอกบทข้างๆค่ะ. .....เฮ้อ

เรื่องจริงครับ ผมลองมาแล้ว บ้านพ่อตาเชียงราย หลายทริปแล้ว เส้นทาง 20 กิโล เกือบสองชัวโมง

1 d อย่างเดียวไม่ต้องสืบ 97+ตลอดที่แช่
2 +- สปอตโทรนิค เนินยาวจริงๆถึงจะมี 97 ให้เห็น
3 +- สปอตโทรนิค+4l 96 ก้สุดๆละ

มันเป้นเรื่องจริงครับ วิธีการจับจุดของผมง่ายๆเวลาขับเกียออโต้คือ ถ้ารถอยู่เกียท็อป คือเกียสูงสุด รอบเครื่อง 2000 แล้วความเร็วอยู่ราวๆ 80 กม/ชม. หากมี od ผมจะเลือกโอดี หากมีสปอตโทรนิค ผมก็จะมาขับโหมดสปอตครับ แล้วเอาไงดี ย้อนไปที่เม้นแรก 1 หรือ 2 5555

nopba
23-04-2013, 17:03
ผมกับสงกรานต์ที่ผ่านมา ก็เจอปัญหาเดียวกันช่วงตากเข้าลำปาง ขับกลางวันช่วงขึ้นเขาต่อเนื่องมี 96+ ครับ และเกียรมีเสียงคาง และจังหวะเปลี่ยนเกียรหน่วงๆ ผมเลยอยากจะลองเปลี่ยนวาล์วน้ำ Strada ดูก่อนครับ ว่าเอาอยู่ไหม เพราะน้าหยามก็ใช้เกียร Auto 4 Speed แต่น้าหยามแจ้งว่า Temp รอบเดินเบาอยู่ประมาณ 82 ขับ 140 กม/ชม Temp ไม่ถึง 90 ผมว่าช่วง Temp กำลังสวยครับ ยังไม่อยากใส่ออยเกียรครับ อยากลอง ด้วยวาล์วน้ำก่อน ถ้าไม่อยู่ค่อยเป็น ออยเกียรหรือหม้อน้ำใหม่เลยครับ

W-ut
24-04-2013, 00:10
ผมกับสงกรานต์ที่ผ่านมา ก็เจอปัญหาเดียวกันช่วงตากเข้าลำปาง ขับกลางวันช่วงขึ้นเขาต่อเนื่องมี 96+ ครับ และเกียรมีเสียงคาง และจังหวะเปลี่ยนเกียรหน่วงๆ ผมเลยอยากจะลองเปลี่ยนวาล์วน้ำ Strada ดูก่อนครับ ว่าเอาอยู่ไหม เพราะน้าหยามก็ใช้เกียร Auto 4 Speed แต่น้าหยามแจ้งว่า Temp รอบเดินเบาอยู่ประมาณ 82 ขับ 140 กม/ชม Temp ไม่ถึง 90 ผมว่าช่วง Temp กำลังสวยครับ ยังไม่อยากใส่ออยเกียรครับ อยากลอง ด้วยวาล์วน้ำก่อน ถ้าไม่อยู่ค่อยเป็น ออยเกียรหรือหม้อน้ำใหม่เลยครับ


สตาด้ามันเล็ก เค้าใช้มาหลายปีแล้ว ปี แล้วไม่เวิร์ค มันจะหลุดเข้าไปข้างในได้ ตอนเปิดมันก็จะไปยัน ฝาสูบอีก ตอนถอดก็ยาก รูน้ำผ่านมันเล็กน้านพ อย่าถอยลงบ่อนะครับ ถ้าไม่สนิทกันไม่บอกนะน้า
เอาของเดิมเจาะ 2 หุล รูเดียวพอครับ a 31 หายากแล้ว ร้านเค้าซื้อเก็บ
ออยเกียร์มีคนใส่แล้ว เดี๋ยวว่างๆจะถ่ายรูปให้ดูครับ
ออกจากหม้อน้ำมาแล้วก็วนเข้าออยล์ ดีกว่า บ้านเราร้อนจะตายห่า

MEAW_SAN
24-04-2013, 08:00
ผมกับสงกรานต์ที่ผ่านมา ก็เจอปัญหาเดียวกันช่วงตากเข้าลำปาง ขับกลางวันช่วงขึ้นเขาต่อเนื่องมี 96+ ครับ และเกียรมีเสียงคาง และจังหวะเปลี่ยนเกียรหน่วงๆ ผมเลยอยากจะลองเปลี่ยนวาล์วน้ำ Strada ดูก่อนครับ ว่าเอาอยู่ไหม เพราะน้าหยามก็ใช้เกียร Auto 4 Speed แต่น้าหยามแจ้งว่า Temp รอบเดินเบาอยู่ประมาณ 82 ขับ 140 กม/ชม Temp ไม่ถึง 90 ผมว่าช่วง Temp กำลังสวยครับ ยังไม่อยากใส่ออยเกียรครับ อยากลอง ด้วยวาล์วน้ำก่อน ถ้าไม่อยู่ค่อยเป็น ออยเกียรหรือหม้อน้ำใหม่เลยครับ



สตาด้ามันเล็ก เค้าใช้มาหลายปีแล้ว ปี แล้วไม่เวิร์ค มันจะหลุดเข้าไปข้างในได้ ตอนเปิดมันก็จะไปยัน ฝาสูบอีก ตอนถอดก็ยาก รูน้ำผ่านมันเล็กน้านพ อย่าถอยลงบ่อนะครับ ถ้าไม่สนิทกันไม่บอกนะน้า
เอาของเดิมเจาะ 2 หุล รูเดียวพอครับ a 31 หายากแล้ว ร้านเค้าซื้อเก็บ
ออยเกียร์มีคนใส่แล้ว เดี๋ยวว่างๆจะถ่ายรูปให้ดูครับ
ออกจากหม้อน้ำมาแล้วก็วนเข้าออยล์ ดีกว่า บ้านเราร้อนจะตายห่านั่นดิน้าวุฒิ บ้านเราร้อนจะตายห่าอย่างน้าว่า ผมถึงไม่อยากเอามันไปวนในหม้อน้ำ แต่ก็เก็บข้อมูลอยู่ ปัญหาเรื่องเครื่องยนต์ร้อน 95-96 ผมไม่ซีเรียส เพราะรถยังเดิมๆ มันต้องทนให้ได้ ที่มาที่ไปของความร้อน อันนี้เข้าใจและรู้ดีถึงความจำเป็นที่มันร้อน เราจะไม่พูดถึง มันเป็นปัจจัยที่มากับตัวรถและสภาพถนน แต่ที่แน่ๆคือ ผมจะโฟกัสไปที่การลดอุณภูมิน้ำมันเกีย เพื่อยยืดอายุการใช้งานโซลินอยอะไรต่อมิอะไรต่างๆข้างใน เพราะรถคันละเป็นล้านแบบปาสปอต ขับๆไปเกียล็อคที่ 2 อย่างเดียวเท่านั้น ตลกสิ้นดี

mai_love
24-04-2013, 08:28
ก็ไม่ยาก ลุงก็ติดถังแอรืเหมือนรถขนปลาแถวมหาชัยดิ แล้วก็ส่งท่อแอร์ลงในห้องเครื่องเลย

MEAW_SAN
24-04-2013, 08:29
ก็ไม่ยาก ลุงก็ติดถังแอรืเหมือนรถขนปลาแถวมหาชัยดิ แล้วก็ส่งท่อแอร์ลงในห้องเครื่องเลย
ไปหากระรอกดีกว่ามะพี่

MEAW_SAN
24-04-2013, 09:30
เครละ พขร ซ้อเปิ้ล ว13มา ถึงความลับที่เคยมีในโลกจากอดีตผู้จัดการ 0 มิตซู พระเจ้าาาา ในโฉม 05-08 น้ำมันวิ้งไปแผงอินเตอก่อนแล้วถึงกลับมาที่หม้อน้ำ (ผมเข้าใจมาตลอดเลยว่า มันเข้าหม้อน้ำก่อนแล้วถึงไป แผงอินเตอร์แล้ววนกลับเกียร์) ได้คำตอบแล้วละครับ สำหรับผม ข้อ 1 นะครับจากโพสแรก

ถามว่าทำไมถึงเลือกที่จะเอาไปวนในหม้อน้ำเหมือนเดิม แน่นอนครับ ผมมีเหตุผลใครว่าอย่างไรลองเสนอดูนะครับแชร์ๆกัน

ที่ว่ามันไปแผงอินเตอก่อนนั้นเราเข้าใจได้เลยว่า เขาต้องดารลดอุณภูมิน้ำมันเกียร์ และเอากลับมาผ่านหม้อน้ำเพื่อเพิ่มหรือรักษาอุณภูมิที่เหมาะสมของน้ำมันกลับไปยังเกียให้เต็มประสิทธิภาพตามค่าเกรดน้ำมันบลาๆๆๆๆ แน่นอนว่า ต้องเอาเข้าหม้อน้ำด้วย หรือไม่ก็ ทำฮีตเตอคุมอุณภูมิขากลับไปซะเลย ว๊าววววๆๆ เมื่อไรจะมีเวลาทำ ฮะๆไปละ

aaa5831
24-04-2013, 09:45
โมไปเรื่อยๆ พอครบก็ประกาศขาย....55555

MEAW_SAN
24-04-2013, 13:23
โมไปเรื่อยๆ พอครบก็ประกาศขาย....55555
ไม่เดือดร้อนใครอะ จบมะ

aaa5831
24-04-2013, 13:47
ไม่เดือดร้อนใครอะ จบมะ


แท แดมมมม แทมมมม ....ว้าววว เอิ้กกกกก

MUNIC
24-04-2013, 13:50
มัวแต่คิดทำซะที อยากดู

MEAW_SAN
24-04-2013, 14:01
มัวแต่คิดทำซะที อยากดู
หาข้อมูลชัวร์ๆดิครับลุง รถเราเอง ซื้อเอง พังเอง ซ่อมเอง ไม่มีใครช่วยน๊าาา